ความรู้ดีๆจากอาจารย์เลิศมงคล วราเวณุชย์ ที่มาบรรยายเรื่อง Real estate 2015 ให้กับชาว JUMC10 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2558  เป็นสามชั่วโมงที่จุดประกายความคิดอรวีได้หลายๆอย่าง และนี่คือ 10 bullet points ที่อยากจะแชร์ต่อ

    1. “นอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็หมดตัวได้” ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมัน..กำลังมา!
    2. ความหมายก็คือใครก็ตามที่เป็นเจ้าของ property ไม่ว่าจะเป็นที่ดินหรืออาคาร จะต้องจ่ายภาษีซึ่งอาจจะเป็นได้ตั้งแต่หลักพันบาทจนไปถึงหลักล้าน! ขึ้นอยู่กับมูลค่าประเมินของ property ของคุณ
    3. เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ การมีที่ดิน/บ้าน ในทำเลทอง อาจไม่ใช่เรื่องสนุก เจ้าของจะต้องคิดให้หนักขึ้นเรื่องการพยายามสร้างรายได้จาก property ของตนเพื่อนำมาจ่ายภาษี ถ้าจะลงทุน ก็ควรทำ profit ได้ไม่ต่ำกว่า 4%
    4. ดังนั้นแล้วต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ที่ดินจะไม่ใช่ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆอีกต่อไป แต่ที่ดินสามารถกลายเป็นหนี้สินที่น่ากลัว เป็นหนี้กับธนาคารคุณจ่ายเรื่อยๆเดี๋ยวก็หมด แต่กับภาษีคุณต้องจ่ายทุกปี ตราบใดที่คุณยังเป็นเจ้าของ
    5. ในอนาคตพฤติกรรมเดิมๆของ property owner อย่างการปล่อยที่ดินให้รกร้างเฉยๆ หรือ ของ developer ใครชอบซื้อที่ดิน/ซื้ออาคารเก็บไว้ก่อน รอเก็งกำไรภายหลัง จะเปลี่ยนไป
      สรุปง่ายๆคือต่อให้คุณไม่ใช่นักธุรกิจ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ถ้าคุณได้ชื่อว่าเป็น property owner แล้วคุณก็ควรจะต้องมีความรู้ด้านการพัฒนา property ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
    6. อีกหนึ่งภาษีที่กำลังมา คือภาษีมรดก ซึ่งเก็บภาษีจากทายาทมรดก ก็เป็นอีกภาษีนึงที่ทำให้การตกทอด property ที่มีสภาพคล่องต่ำอาจนำความลำบากมาสู่ทายาท
    7. เดี๋ยวภาษีบำรุงท้องที่ และภาษีโรงเรือน จะถูกยกเลิกไป ซึ่งเดิมทีภาษีโรงเรือนเก็บภาษีผู้อยู่อาศัย ไม่ใช่เจ้าของ
    8. นโยบายประกันเงินฝากก็เป็นสิ่งที่ต้องดู คุณแน่ใจรึเปล่าว่าถ้ากลัวการลงทุนใน property แล้วไปลงทุนกับเงินฝากแทนจะปลอดภัยที่สุด
    9. ถึงตอนนี้ คำถามที่น่าคิดคือ property tax การประกันเงินฝาก และ inheritance tax รวมพลังกัน จะส่งผลอย่างไรกับราคาที่ดิน และพฤติกรรมการซื้อขาย ในอนาคต จะลดลง หรือจะสูงขึ้น? ซึ่งคำตอบเราคงต้องรอดูกันต่อไป
    10. อาชีพนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นั้นมีโอกาสได้กำไรที่สูงมากก็จริง อย่างไรก็ตามก็มีเรื่องยากๆที่ต้องคำนึงเยอะ เช่น เรื่องการหาเงินทุน การต้องมีความรู้หลายๆด้านซึ่งรวมถึงจิตวิทยาด้วย รวมถึงการต้อง stay insight กับข้อมูลข่าวสาร และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์

ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะเห็นได้ว่า “Real estate” ไม่ใช่แค่เรื่องสำหรับนักธุรกิจ แต่เกี่ยวข้องได้กับทุกคนบนผืนดินที่รักการได้มีบ้านมีที่ดินเป็นของตัวเอง อย่าลืมใส่ใจอัพเดตข้อมูลสม่ำเสมอ และปรับตัวกับสถานการณ์นะคะ